บริษัท อินชัวร์โอเค โบรกเกอร์ จำกัด call center 02 1922626-30
Untitled Document
 
ความรู้ประกันภัยรถยนต์
ความรู้ประกันภัยอุบัติเหตุ
ความรู้ประกันอัคคีภัย
ความรู้ประกันภัยโจรกรรม
ความรู้ประกันภัยเบ็ดเตล็ด
 
 
ประกันภัยทางทะเลและขนส่ง


การประกันภัยทางทะเลและการขนส่งสินค้า

     เป็นการรับประกันภัยขนส่งสินค้าระหว่างประเทศและภายในประเทศ โดยทางเรือเดินทะเล และการขนส่งทางบกโดย
รถยนต์ รถไฟ ตลอดจนการขนส่งสินค้าทางเครื่องบินโดยให้ความคุ้มครองความสูญเสียหรือความ เสียหายที่เกิดขึ้น
กับสินค้าที่เอาประกันภัยในระหว่างการขนส่งที่นำเข้าใน ประเทศและส่งออกต่างประเทศที่เกิดความเสียหายจากภัยทางทะเล ความเสียหายจากภัยธรรมชาติ ๆ และยังให้ความคุ้มครองพิเศษอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น การลักขโมย ภัยสงคราม การจลาจล
การนัดหยุดงาน

ประเภทของการประกันภัยทางทะเล

    1. การประกันภัยตัวเรือ (Hull Insurance) : คุ้มครองความเสียหายต่อตัวเรือจากอุบัติเหตุต่างๆ เช่น ภัยจากลมพายุ, เรือเกยตื้น, เรือชนกัน, เรือชนหินโสโครก เป็นต้น และยังหมายความรวมไปถึงการประกันค่าระวางด้วย

    2. การประกันภัยสินค้า (Cargo Insurance) : คุ้มครองสินค้าที่เอาประกันภัยซึ่งอยู่ในระหว่างการขนส่งทางทะเล
ภัยที่ได้รับการคุ้มครองขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่ผู้เอาประกันภัยเลือกซื้อ ความคุ้มครองไว้

บุคคลผู้มีสิทธิหรือมีส่วนได้ส่วนเสียที่อาจจะเอาประกันภัยทางทะเลได้

    ผู้ที่จะเอาประกันภัยได้ต้องมีส่วนได้ส่วนเสียในเหตุที่เอาประกันภัย เช่น เจ้าของเรือ , เจ้าของสินค้าหรือผู้รับขนส่ง เป็นต้น ใครเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในสินค้าขณะเกิดความเสียหาย ผู้นั้นย่อมมีสิทธิเรียกร้องให้บริษัทชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้กับ
ตนเองได้

เงื่อนไขการซื้อขายระหว่างประเทศที่นิยมมี 3 ประเภท คือ

     1. F.O.B. (FREE ON BOARD) ราคาสินค้าเท่านั้น

         1.1 ผู้ขายสินค้ามีหน้าที่จัดส่งสินค้า จนกระทั่งลงเรือเดินสมุทร ณ เมืองท่าต้นทาง โดยไม่ต้องทำประกันภัยการขนส่งสินค้าทางทะเล และไม่ต้องเสียค่าระวางเรือให้ อย่างไรก็ตามผู้ขายสามารถซื้อประกันภัยการขนส่งในประเทศได้จนกว่าสินค้าได้ วางบนระวางเรือเรียบร้อยแล้ว เพราะว่าผู้ขายยังคงต้องรับความเสี่ยงภัยเอง

         1.2 ผู้ซื้อสินค้า มีหน้าที่จะต้องชำระค่าระวางเรือและจัดซื้อประกันภัยการขนส่งสินค้าทางทะเล ตั้งแต่สินค้าได้วาง ไว้บนระวางเรือจนถึงที่จัดเก็บสินค้า ณ จุดหมายปลายทาง

     2. C&F (COST AND FREIGHT) ราคาสินค้า + ค่าระวางเรือ

         2.1 ผู้ขายสินค้ามีหน้าที่จัดส่งสินค้า จนกระทั่งลงเรือเดินสมุทร ณ เมืองท่าต้นทาง และชำระค่าระว่างเรือล่วงหน้า แต่ไม่ต้องทำประกันภัยการขนส่งสินค้าทางทะเลอย่างไรก็ตามผู้ขายสามารถซื้อ ประกันภัยการขนส่งในประเทศได้จนกว่าสินค้าได้วางบนระวางเรือเรียบร้อยแล้ว เพราะว่าผู้ขายยังคงต้องรับความเสี่ยงภัยเอง

         2.2 ผู้ซื้อสินค้ามีหน้าที่จะต้องซื้อประกันภัยการขนส่งทางทะเลตั้งแต่สินค้าได้วางไว้บนเรือจนถึงที่จัดเก็บสินค้า ณ จุดหมายปลายทาง

     3. C.I.F. (COST INSURANCE AND FREIGHT) ราคาสินค้า + ประกันภัย + ค่าระวาง

         3.1 ผู้ขายสินค้าคิดค่าสินค้า รวมค่าระวางเรือเดินสมุทรและค่าประกันภัยการขนส่งสินค้าทางทะเลด้วย

         3.2 ผู้ซื้อสินค้า นิยมเงื่อนไขซื้อขายนี้ เพราะเข้าใจว่าสะดวกที่สุด ไม่ต้องมาคอยจัดหาค่าระวางเรือหรือ จัดทำประกันภัยเอง

ข้อพิจารณาในการกำหนดอัตราเบี้ยประกันภัยทางทะเล

     1. ลักษณะของสินค้า (Commodity)

     2. ลักษณะการบรรจุหีบห่อ (Packing)

     3. ช่วงการเดินทาง (Voyage)

     4. สภาพเมืองท่าต้นทาง/ปลายทาง

     5. เรือเดินสมุทร (Ocean Vessel)

     6. ประวัติการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนของผู้เอาประกันภัย

     7. ความคุ้มครองที่ต้องการ (Coverage)

     8. ยอดนำเข้า/ส่งออกต่อปี (Estimated Annual Turnover)

ข้อมูลที่ต้องการในการทำประกันภัย

     1. ชื่อลูกค้า (Name of Assured)

     2. สินค้า (Interest Insured)

     3. จำนวนเงินเอาประกันภัย (Amount Insured)

     4. เส้นทางการขนส่ง (Voyage)

     5. เงื่อนไขความคุ้มครอง (Coverage)

     6. ระยะเวลาเริ่มคุ้มครอง (Estimated Shipment Date)

     7. ชื่อเรือและวันที่เรือออก (Vessel / Sailing Date)

     8. จำนวนหีบห่อ (Number of Package)

     9. ราคาสินคาที่ขนส่ง (Invoice)

     10. เงื่อนไขของ L/C ในส่วนของการประกันภัย (Condition of L/C for Insurance)

ภัยที่คุ้มครองและเงื่อนไขความคุ้มครองในกรมธรรม์

     1. ภัยทางทะเล (Peril of the sea) เช่น ภัยจากพายุ, มรสุม, เรือจม, เรือชนกัน และเรือเกยตื้น

     2. อัคคีภัย (Fire) ได้แก่ ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากไฟไหม้ แต่ต้องไม่เกิดจากความประพฤติผิดของผู้เอาประกันภัยเอง หรือเกิดจากการลุกไหม้ขึ้นมาเองของสินค้าอันเนื่องมาจากธรรมชาติ

     3. การทิ้งทะเล(Jettisons) หมายถึง การเอาของทิ้งทะเลเพื่อให้เรือเบาลง

     4. โจรกรรม (Thieves) หมายถึง การโจรกรรมอย่างรุนแรงโดยการใช้กำลังเพื่อช่วงชิงทรัพย์

     5. การกระทำโดยทุจริตของคนเรือ(Barratry) หมายถึง การกระทำโดยมิชอบของคนเรือโดยเจตนากลั่นแกล้งทุจริต ตั้งแต่นายเรือจนกระทั่งถึงลูกเรือในอันที่จะทำให้เกิดความเสียหายแก่ ทรัพย์สินและการกระทำนั้นต้องปราศจากการรู้เห็นเป็นใจ ของเจ้าของทรัพย์

ภัยที่คุ้มครองการขนส่งทางทะเล

     1. The Institute Cargo Clauses ‘A’

     2. The Institute Cargo Clauses ‘B’

     3. The Institute Cargo Clauses ‘C’

ภัยทีุ่คุ้มครอง

Clause A

Clause B

Clause C

เพลิงไหม้ระเบิด

คุ้มครอง

คุ้มครอง

คุ้มครอง

เรือเกยตื้นล่มจมหรือตะแคง

คุ้มครอง

คุ้มครอง

คุ้มครอง

ยานพาหนะทางบกหลิกคว่ำหรือตกจากราง

คุ้มครอง

คุ้มครอง

คุ้มครอง

ยานพาหนะหรือเรือขนหรือปะทะกับวัตถุอื่นใด

คุ้มครอง

คุ้มครอง

คุ้มครอง

การขนส่งสินค้าลงเรือ ณ ท่าหลบภัย

คุ้มครอง

คุ้มครอง

คุ้มครอง

สินค้าถูกโยนทิ้งทะเล (Jettison)

คุ้มครอง

คุ้มครอง

คุ้มครอง

ความเสียหายหรือสูญเสียของส่วนรวม (G.A. Loss)

คุ้มครอง

คุ้มครอง

คุ้มครอง

ค่ากู้เรือและค่ากู้สินค้า

คุ้มครอง

คุ้มครอง

คุ้มครอง

ค่าจัดส่งสินค้าต่อไปยังจุดหมายปลายทาง

คุ้มครอง

คุ้มครอง

คุ้มครอง

แผ่นดินไหวภูเขาไฟระเบิด หรือฟ้าผ่า

คุ้มครอง

คุ้มครอง

ไม่คุ้มครอง

สินค้าถูกน้ำทะเลซัดตกเรือไป

คุ้มครอง

คุ้มครอง

ไม่คุ้มครอง

ความเสียหายจากน้ำทะเลหรือจากแม่น้ำทะเลสาบ

คุ้มครอง

คุ้มครอง

ไม่คุ้มครอง

สินค้าทั้งหีบเสียหายโดยสิ้นเชิง เพราะตกจากเรือ หรือจากการขนขึ้นลง หรือเปลี่ยนถ่ายเรือ หรือยานพาหนะ

คุ้มครอง

คุ้มครอง

ไม่คุ้มครอง

ความสูญเสียหรือเสียหายต่อทรัพย์สินที่เอาประกันภัย อันเกิดจากภัยทุกอย่างที่มีสาเหตุจากภายนอกและเกิดขึ้นโดยไม่คาดหมาย

คุ้มครอง

ไม่คุ้มครอง
ไม่คุ้มครอง