ประกันงานก่อสร้าง
กรมธรรม์ประกันภัยความเสี่ยงภัยทุกชนิดของผู้รับเหมา สามารถแบ่งความคุ้มครองออกได้เป็น 3 ส่วนหลักๆ ได้แก่
ส่วนที่1) เป็นความคุ้มครองในส่วนทรัพย์สินที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง เช่น ตัว อาคาร, โครงสร้างต่างๆ รวมถึงสามารถขยายความคุ้มครองต่อตัวอาคาร หรือทรัพย์สินเดิมของผู้ว่าจ้างที่สร้างเสร็จแล้วที่อยู่ในโครงการ ซึ่งความคุ้มครองจะเป็นประเภทความเสี่ยงภัยทุกชนิดแต่จะระบุเป็นข้อยกเว้น ต่างๆเช่น การเสื่อมสภาพของตัวทรัพย์สินเอง การหมดอายุ เปลี่ยนแปลงไปตามธรรมชาติ สนิม การออกแบบ ผิดพลาด ความเสียหายจากฝีมือแรงงาน สงคราม การก่อการร้าย เป็นต้น
ส่วนที่2) คุ้มครองเครื่องจักร เครื่องมือ อุปกรณ์ต่างๆ ของผู้รับเหมาที่ใช้ในการก่อสร้าง
ส่วนที่3) คุ้มครองความรับผิดตามกฏหมายของผู้รับเหมาต่อบุคคลภายนอกที่ได้รับความเสีย หายจากการก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็นความเสียหายในด้านทรัพย์สิน บาดเจ็บ อนามัย หรือเสียชีวิต
ซึ่งผลประโยชน์จากการซื้อกรมธรรม์ประเภทนี้ ผู้รับเหมาสามารถโอนความเสี่ยงให้บริษัทประกันภัยโดยจะรับผิดชอบเฉพาะความ รับผิดส่วนแรก (Deductible) เท่านั้น และสามารถนำผู้รับเหมาย่อยทุกราย และ/หรือผู้ว่าจ้างรวมเป็นผู้เอาประกันภัยด้วยกันได้
ตัวอย่างงานก่อสร้าง ที่สามารถซื้อความคุ้มครองกรมธรรม์ประเภทนี้ได้ ได้แก่
- ถนน, ทางรถไฟ, สนามบิน, อุโมงค์, สะพาน
- อาคาร (พักอาศัย, สำนักงาน, ห้างสรรพสินค้า, สนามกีฬา, โรงงาน)
- เขื่อน, โรงผลิตไฟฟ้า
- ไซโล, โรงสี, โกดัง
- ฯลฯ
ในกรมธรรม์ประกันภัยทรัพย์สินทั่วไป (All Risks) ได้ถูกออกแบบให้คุ้มครองทรัพย์สินต่างๆรวมถึงเครื่องจักรจากความเสียหายที่ เกิดจากภัยธรรมชาติ หรืออุบัติเหตุที่เกิดจากปัจจัยภายนอกเท่านั้น ดังนั้นการที่เครื่องจักรหยุดชะงักที่เป็นสาเหตุจากการทำงานภายในของตัวเอง จึงเป็นข้อยกเว้นที่ระบุไว้อย่างชัดเจน
กรมธรรม์ประกันภัยเครื่องจักรหยุดชะงักจึงเป็นกรมธรรม์ที่ออกแบบมาให้ คุ้มครองการหยุดชะงักการทำงานของเครื่องจักรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เครื่องกำเนิดไฟฟ้า หม้อแรงดันไอน้ำ หม้อแปลงไฟฟ้า ปั๊มลม รวมถึงเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตต่างๆ เครื่องมือ อุปกรณ์ ส่วนควบ ฯลฯ
โดยกรมธรรม์จะให้ความคุ้มครองถึงความเสียหายที่เกิดจากอุบัติเหตุ ที่เป็นสาเหตุจากภายใน ของเครื่องจักรและไม่อาจคาดการณ์ล่วงหน้าได้ เช่น การหล่อและการใช้วัสดุที่มีคุณภาพไม่สมบูรณ์ ความบกพร่องด้านการฝีมือ การขาดความชำนาญ หรือเนื่องมาจากเหตุแห่งความประมาทเลินเล่อ การกลั่นแกล้ง การขาดน้ำในหม้อน้ำ การระเบิดในทางฟิสิกส์ การแยกจากกันด้วยกำลังเหวี่ยงจากศูนย์ถ่วงความเสียหายเนื่องจากอุปกรณ์ชำรุด ความเสียหายที่เกิดขึ้นภายหลังจากการหมดอายุการรับประกันของผู้ผลิต การใช้งานผิดพลาด โดยมิได้ตั้งใจของผู้ปฏิบัติ ควบคุมเครื่อง การบกพร่องของระบบหล่อเลื่อน ระบบหล่อเย็น ไฟฟ้าลัดวงจร การเดินเครื่องเกินกำลัง เป็นต้น
หลักการชดใช้ของกรมธรรม์
การชดใช้ภายใต้กรมธรรม์เครื่องจักรหยุดชะงักนี้แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือความเสียหายบางส่วน (Partial Loss) และ
ความเสียหายทั้งหมด (Total Loss) ในกรณีที่เกิดความเสียหายบางส่วน (Partial Loss) บริษัทประกันภัยจะชดใช้ให้เป็น
ค่าซ่อมชดเชยในราคาที่แท้จริงในราคาใหม่แทนเก่า (Replacement Value) หากความเสียหายไม่อาจซ่อมได้ต้องชดใช้ทั้งเครื่องจักรนั้นๆ (Total Loss) บริษัทประกันภัยจะใช้หลักการประเมินราคาโดยใช้ราคาที่แท้จริง (Actual Value) โดยคำนวณราคาหักค่าเสื่อม
ข้อยกเว้นหลัก
ตัวอย่างภัยที่เป็นข้อยกเว้นหลักในกรมธรรม์มีดังนี้
- ไฟไหม้, ฟ้าผ่า, การระเบิด, โจรกรรม หรือลักทรัพย์
- น้ำท่วม แผ่นดินไหว การเลื่อน เคลื่อนตัวของดิน การชนของยานพาหนะต่างๆ
- การเสื่อมสภาพด้วยตัวเอง การเป็นสนิม ผุพัง กัดเชาะ
- สงคราม การจลาจล นัดหยุดงาน ประท้วง
- การจงใจกระทำให้เกิดความเสียหาย การประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง
- ความเสียหายที่เกิดก่อนหรือหลังกรมธรรม์มีผลคุ้มครอง
- ความเสียหายที่อยู่ในระหว่างเครื่องจักรได้รับการรับประกันจากผู้ผลิต
- นิวเคลียร์ การแผ่รังสี
ให้ความคุ้มครองถึงเครื่องจักรหนักที่มูลค่าสูงที่ใช้ในการก่อสร้าง เช่น เครน, เครื่องขุด, เจาะ, เครื่องลำเรียง, บรรจุ, เครื่องที่ใช้ในการตอก, เจาะเสาเข็ม, ฯลฯ ที่จะชดใช้ให้แก่ผู้เอาประกันภัยสำหรับความเสียหายที่เกิดจากอุบัติเหตุ ที่มีผลจากปัจจัยภายนอก หรือภัยธรรมชาติต่างๆ ที่มิได้ระบุเป็นข้อยกเว้นในกรมธรรม์ โดยให้ความคุ้มครองก็ต่อเมื่อเครื่องจักรเหล่านั้นได้เคลื่อนย้าย พร้อมประกอบและติดตั้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยคุ้มครองไม่ว่าจะในขณะที่ใช้งานอยู่ ในขณะพักการใช้งาน ในขณะถูกถอดชิ้นส่วน เพื่อวัตถุประสงค์ในการทำความสะอาด ตรวจสอบ ซ่อมแซม
ทุนประกันภัย ควรใช้ราคาทดแทนใหม่ (Replacement Value) และสามารถขยายค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เช่น ค่าขนส่ง ค่าแรงงานในการติดตั้งใหม่ ค่าภาษี อากร (ถ้ามี)
ข้อยกเว้น
ตัวอย่างภัยที่เป็นข้อยกเว้นหลักในกรมธรรม์มีดังนี้
- การหยุดชะงักของเครื่องจักรที่มีผลจากภายใน เช่น ไฟลัดวงจร
- การเสื่อมสภาพด้วยตัวเอง การเป็นสนิม ผุพัง กัดเชาะ
- การจงใจกระทำให้เกิดความเสียหาย การประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง
- การออกแบบผิดพลาด
- ความเสียหายเนื่องจากผิดสัญญา
- ความเสียหายต่อเนื่องทางธุรกิจ
- ความเสียหายที่อยู่ในระหว่างเครื่องจักรได้รับการรับประกันจากผู้ผลิต
- สงคราม นิวเคลียร์ การแผ่รังสี
|